เจมี่ วาร์ดี้ ดาวซัลโวสูงสุดพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว

ออกสตาร์ทเกมแรกในฤดูกาลใหม่ได้อย่างน่าพอใจ เมื่อเหมาซัดคนเดียว 2 ประตูจากลูกจุดโทษทั้ง 2 ลูก ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ บุกถล่ม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 ในเกมคู่แรกของคืนวันอาทิตย์   ufa1688
จากสกอร์แบบนี้ ทำให้ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขึ้นนำผู้นำร่วมกับ ไอ้ปืนใหญ่ ที่สามารถบุกชนะ ฟูแล่ม 3-0 ในเกมคู่หัวค่ำวันเสาร์
ผลงานซัดเบิ้ลของหัวหอกวัย 33 ปีในเกมนี้ ทำให้เขาทำ Stats ยิงประตูได้ทุกนัด ตลอด 5 ครั้งที่ไปเยือน เวสต์บรอมวิช ใน Premier League  
โดยก่อนหน้านี้ วาร์ดี้ ยิงได้ในเกมเยือน "เดอะ แบ็กกี้ส์" นัดละ 1 ลูกฤดูกาล 2014-15, 2015-16, 2016-17 และ 2017-18 แต่ปีนี้คือครั้งแรก ที่เขายิงที่สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ได้ 2 ประตู
วาร์ดี้ ยังกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ Premier League อีกด้วย ที่สามารถทำประตูในเกมนัดเยือนคู่แข่งทีมเดิมได้ทุกครั้ง ไม่ต่ำกว่า 5 นัด 
ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าของ Stats คือ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตดาวถล่มประตูของ ปีศาจแดง ที่ทำได้ในการเยือน นิวคาสเซิ่ล 5 ปีติด ระหว่างฤดูกาล 2001-02 จนถึง 2005-06
ถือว่า วาร์ดี้ สามารถทำ Stats เทียบเท่าอดีตตำนานศูนย์หน้าชาวดัตช์ได้อีกครั้ง หลังจากในปี 2015 เขาเคยทาบ Stats ของ ฟาน นิสเตลรอย ด้วยการยิงประตูใน Premier League ได้ 10 นัดติดต่อกัน ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ด้วยการยิงได้ 11 นัดซ้อนพอดี ในเกมเปิดบ้านเสมอ ปีศาจแดง 1-1
โดยอีก Stats ที่น่าดึงดูดใจจากเกมนี้ก็คือ นี่คือครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่ทีมน้องใหม่ Premier League พ่ายแพ้ในนัดเปิดฤดูกาลครบทั้ง 3 ทีม หลังจากเมื่อคืนนี้ ฟูแล่ม แพ้ ไอ้ปืนใหญ่ 0-3 ส่วน ลีดส์ ก็บุกแพ้ หงส์แดงลิเวอร์พูล 4-3 
ครั้งสุดท้ายที่ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ทั้ง 3 ทีม คือฤดูกาล 2013-14 เมื่อ คริสตัล พาเลซ แพ้ ไก่เดือยทอง 0-1, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ บุกแพ้ เวสต์แฮม 2-0 และ ฮัลล์ ซิตี้ บุกแพ้สิงห์บลู2-0  การคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลก่อน รวมถึงการล้ม หงส์แดงลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ มาครอง คือหลักฐานแสดงให้เห็นว่า มิเกล อาร์เตต้า มีบารมีของการทำให้ทีมเป็นผู้ชนะ
การออกสตาร์ทในลีกด้วยฟอร์มที่ดี คือสิ่งที่สำคัญมากในการลุ้นทำอันดับติดท็อปโฟร์ในการต่อสู้ระยะยาว 
เพราะการลงเล่นโดยที่สถานการณ์บนตารางคะแนนไม่ตามหลังคู่แข่งเกินไป จะช่วยให้พวกเขาลดความกดดันในเกมบิ๊กแมตช์
เกมยากนัดที่หนึ่งของ ไอ้ปืนใหญ่  Season นี้ คือการบุกเยือน หงส์แดงลิเวอร์พูล ในอาทิตย์ที่ 3 แถมในอาทิตย์ที่ 5 ต้องบุกไปเยือน เรือใบสีฟ้า อีกด้วย
ภายใต้การคุมทัพของ มิเกล อาร์เตต้า เขาแสดงให้เห็นแล้วว่า ไอ้ปืนใหญ่ มีศักยภาพมากพอที่จะต่อกรได้ทุกทีม แม้ขุมกำลังอาจเป็นรองยักษ์ใหญ่แทบทั้งหมด แต่ก็ทดแทนด้วยแท็กติกที่ละเอียด และคุณภาพการเล่นเป็นทีมที่เข้าขารู้ใจกัน
คำถามขณะนี้ที่มีต่อ ไอ้ปืนใหญ่ ของ อาร์เตต้า จึงไม่ใช่ประเด็นที่ว่าสู้กับทีมเต็งแชมป์ได้หรือไม่ 
แต่บทพิสูจน์จริงๆ ก็คือพวกเขาจะรักษาความสม่ำเสมอได้หรือเปล่าต่างหาก
ซึ่งถ้าหากทีมปืนใหญ่ทำได้ การกลับไปเล่น  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้อีกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *